History

เพราะเราเชื่อว่า....การรักษาชีวิตคนมีคุณค่ามากกว่าความร่ำรวย

 

เรื่องเล่าแต่โบราณ มนุษย์ใช้พืชมาเป็นยา รักษาความเจ็บร่างกายมายาวนาน ก่อนคริสตกาล ประมาณ 3,600 ปี ด้วยประสบการณ์และวิถีเรียนรู้สืบต่อกันรุ่นสู่รุ่น จึงมีการบันทึก หยิบใช้ และศึกษาสรรพคุณ รูปร่าง สี กลิ่น รส ให้เหมาะแก่การรักษาโรคนั้นๆ

การแพทย์แผนโบราณถือว่าพืชทุกอย่างมีสรรพคุณเป็นยาทั้งนั้น หาก ผลิตผลจากธรรมชาติส่วนใดหยิบมาทำยา ไม่ว่าจะมาจาก พืช สัตว์ หรือแร่ธาตุ เรานั้นเรียกว่า "สมุนไพร"

การแพทย์แผนไทยมีมาก่อนสมัยพุทธกาล แต่เริ่มบันทึกในสมัยพุทธกาล กล่าวถึงหมอชีวกโกมารภัจจ์ ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น มีความเมตตา สนใจในวิชาแพทย์ เพราะเป็นวิชาชีพที่ไม่เบียดเบียนผู้ใด กระทั้งในสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหง ทรงสร้างสวนสมุนไพร ณ เขาสรรพยา เพื่อให้ราษฎร์ได้เก็บสมุนไพรไปใช้รักษาโรคตน ในสมัยอยุธยา มีการรวบรวมตำรายาขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติการแพทย์แผนไทย เรียกว่า ตำราพระโอสถพระนารายณ์ ในขณะนั้นมีการจำหน่ายยาสมุนไพรทั้งในและนอกกำแพงเมือง มีแนวคิดว่า ชีวิตหรือร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ ผู้ที่ไม่เจ็บป่วยคือ มีความสมดุลของธาตุทั้ง ๔ เมื่อเกิดความเจ็บป่วย แสดงว่าธาตุทั้ง ๔ นั้นมีความไม่สมดุลเกิดขึ้น

เมื่อเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ การแพทย์แผนตะวันตกมีบทบาทมากขึ้น จนมาในรัชกาลที่ ๕ มีการพิมพ์ตำราแพทย์ในปี ๒๔๓๘ ชื่อ ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ โดยพระยาพิษณุประสาทเวช  ได้รับการยกย่องเป็นตำราแห่งชาติฉบับแรก

………………………………………………………………………….

 

ยาธาตุอบเชย


ยาธาตุอบเชย ตำรับยาไทยที่มีมาแต่โบราณและยังถูกบันทึกอยู่ในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ตำราเรียนของนัก

แพทย์แผนไทย จากความรู้ของบรรพบุรุษ ผ่านการพิสูจน์และหยิบมาใช้สู่รุ่นต่อรุ่น และได้รับการประกาศให้เป็นรายการบัญชียาหลักแห่งชาติในส่วนที่เป็นยาจากสมุนไพร เมื่อปี พ.ศ. 2554 ในกลุ่มยารักษาอาการทางระบบทางเดินอาหาร จึงแสดงได้ถึงความน่าเชื่อถือ เรื่องราวที่มาที่ไป และเสน่ห์ที่ไม่ลึกลับ ให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ เป็นตำรับที่หยิบเอาสมุนไพรที่หาได้ง่ายมาใช้ในการปรุง

“ยาธาตุ” ทางแผนไทย คือตำรับยาที่รักษาธาตุในร่างกายให้เป็นปกติ ธาตุในร่างกายคนเรามี 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

หากมีสิ่งใดผิดปกติ ก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบาย หากเอ่ยถึงยาธาตุอบเชย เข้าไปทำงานเพื่อปรับสมดุลของลมและไฟ ซึ่งหากธาตุนี้เป็นปกติเร็ว ก็จะช่วยให้คนเกิดความสบายตัวได้มากขึ้น ทีเดียว

…………………………………………………………………………

 

ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

 

จากการศึกษาของนักวิจัยไทย มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทำการเปรียบเทียบ เพื่อประเมินประสิทธิผลและความ

ปลอดภัยของยาธาตุอบเชย พบว่าหลังการรักษา นาน 7 และ 14 วัน โดยเทียบระหว่าง simethicone และ ยาธาตุอบเชย พบผลการรักษาไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น มาก หรืออาการหายไปหลังการรักษา และมีความพึงพอใจที่ไม่ต่างกัน และยังคงความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย ดังนั้นจากการศึกษา สรุปได้ว่า ยาธาตุอบเชยรับประทานติดต่อกัน 14 วัน มีประสิทธิผลและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วย functional dyspepsia ไม่แตกต่างจากการรักษาด้วย simethicone หรือกล่าวคือ ให้ผลการรักษาเท่าๆ กับยาแผนปัจจุบัน นี่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลและรักษาตัวเองโดยวิถีไทย

 

Source: กำไร กฤตศิลป์, กุลลณา ตันติประวรรณ, ขนิษฐา วัลลีพงษ์, จิรัญญา มุขขันธ์, ฉวีวรรณ ม่วงน้อย และคณะ ประสิทธิผลและความปลอดภัยของยาธาตุอบเชยในการรักษาผู้ป่วย Functional Dyspepsia. สารศิริราช 2006; 58(11): 1103–1106.

 

................................................................

 

อบเชย .. ที่ไม่มีวัน เชย

 

ตัวยาหลัก "อบเชย (Cinnamon)"

เป็นตัวยาหลักในตำรับยาธาตุอบเชย ด้วยลักษณะที่คุ้นตา แท่งสีน้าตาลแดง ม้วนตรงบ้าง หักงอบ้าง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เปลือกอบเชยเป็นส่วนมาทำยา ซึ่งนิยมใช้เป็นองค์ประกอบทัง้ ยาตำรับแผนโบราณ ยาหอมต่าง ๆ เพราะด้วยสรรพคุณที่มีการค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง และนิยมทัง้ ในและต่างประเทศ หากเอ่ยถึงในแง่การรักษา มีการศึกษา พบว่ามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร ช่วยในการย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ สลายไขมัน แก้อ่อนเพลีย นี้เป็นเพียง สรรพคุณส่วนหนึ่ง ของสมุนไพรมหัศจรรย์ชนิดนี้ สมุนไพรที่ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ จริงไหม… อบเชย

© 2018 CHALEO.NET All Rights Reserved. Designed By WarpTheme. Configured By elec2rak. Powered By Joomla.